หนุ่มโวยเจอด่าน ตร.ตรวจควันดำ วัดได้ 95% ถูกสั่งห้ามใช้รถ พอไปตรวจซ้ำที่ขนส่งได้ 34%

ชาว จ.ชลบุรี เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตนขับรถมาทำธุระที่กรุงเทพมหานคร ขากลับ ผ่านด่านตำรวจตรวจวัดควันดำ  เจ้าหน้าที่ตรวจวัดแล้ว ค่าควันดำสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ จึงมีการติดสติ๊กเกอร์ ห้ามใช้รถชั่วคราว

 

เจ้าของรถพยายามแย้งว่า มั่นใจว่ารถของตัวเองไม่ได้ควันดำเกินมาตรฐานอย่างแน่นอน สุดท้ายจึงนำรถไปตรวจสภาพ ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี ได้ค่าควันดำแค่ 34 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เกินที่กฎหมายกำหนด (50 เปอร์เซ็นต์) จึงเกิดคำถามว่า เหตุใดค่าที่ตรวจวัดที่ด่าน กับที่ขนส่งวัดได้จึงต่างกันขนาดนี้  และที่สำคัญยังทำให้เจ้าของรถต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา จากผลการตรวจที่ไม่ได้มาตรฐานนี้

จาการสอบถามกับนายอัตทิเดช กัลยรัตน์ตระกูล อายุ40 ปี เจ้าของรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ 29 ก.ย. ตนขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์

อายุการใช้งาน 12 ปีแล้ว แต่รถไม่ค่อยได้ใช้งาน ใช้ไปแค่ประมาณ 1 แสน 7 หมื่นกิโลเมตรเท่านั้น ปรากฎว่าเมื่อมาตรวจที่ด่าน เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเร่งเครื่องยนต์อย่างแรง

ตรวจได้ค่ามลพิษถึง 93-95 เปอร์เซ็นต์ จึงถูกติดป้ายห้ามใช้รถชั่วคราว

 

 

นายอัตทิเดชยืนยันว่า รถของตัวเองรักษาสภาพอย่างดี ระยะทางรวมก็ไม่มาก หากเทียบกับอายุใช้งาน มั่นใจว่าควันไม่ดำเกินกำหนดแน่นอนแต่เจ้าหน้าที่ก็บอกเพียงว่า ให้จ่ายค่าปรับตามกฎหมาย 1 พันบาท แล้วให้ปรับปรุงสภาพรถ แล้วกลับมาตรวจซ้ำ ก็จะยกเลิกคำสั่งห้ามใช้รถได้

สุดท้าย เมื่อวานนี้ (24 ต.ค.) ตนได้นำรถยนต์ของตัวเอง ไปตรวจสภาพที่ขนส่งจังหวัดชลบุรี โดยไม่ได้ทำการปรับปรุงเครื่องยนต์ใดๆ    วัดค่าควันดำได้ 34 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ที่ตรวจให้เมื่อวานนี้บอกว่า มีความเป็นไปได้ว่า ที่ตรวจที่ด่านแล้วได้ค่าสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดกระบอกวัดควันดำ ทำให้มีคราบเขม่าของคันก่อนหน้าตกค้างอยู่ จนค่าสูงผิดปกติ

 

 

นายอัตทิเดช บอกว่า รู้สึกว่าการตรวจวัดของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่วนตัวไม่ได้ต้องการได้เงินค่าปรับคืน แต่ต้องการให้หน่วยงานปรับปรุงมาตรฐานต่างให้ดีกว่านี้  เพราะเรื่องดังกล่าวทำให้ประชาชนต้องมาเสียเงิน เสียเวลา และเสียความรู้สึก

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้กำกับการ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ปกติแล้ว ด่านตรวจวัดมลพิษ  หรือที่เรียกกันว่าด่านตรวจควันดำนั้น เป็นการร่วมมือกันของตำรวจ กับเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ โดยทางกรมฯ จะนำเครื่องมือที่ได้มาตรฐานมาทำการตรวจวัดที่ด่าน

 

 

หากพบว่าควัน หรือไอเสีย มีค่ามลพิษเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ จะติดสติ๊กเกอร์คำสั่ง งดใช้รถชั่วคราว เพื่อให้เจ้าของรถ นำรถไปแก้ไข ปรับปรุงเครื่องยนต์ แล้วค่อยนำรถมาตรวจวัดซ้ำ โดยต้องมาตรวจกับกรมควบคุมมลพิษ หรือหากอยู่ที่ต่างจังหวัด ก็อาจจะไปตรวจที่สำนักงานขนส่งประจำจังหวัดก็ได้ หากค่ามลพิษไม่เกิน ก็จะสามารถยกเลิกคำสั่งงดใช้รถดังกล่าวได้

ส่วนสาเหตุที่ต้องเร่งเครื่องยนต์อย่างแรงตอนตรวจวัดนั้น ถือเป็นข้อกำหนดของกรมควบคุมมลพิษ ให้เหยียบคันเร่งให้สุด แล้ววัดค่า 2 ครั้ง ค่าทั้ง 2 ครั้งต้องต่างกันไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสำหรับรถของนายอัตทิเดช ก็วัดได้ 93 และ 95 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง

 

 

อย่างไรก็ตาม พ.ต. อ.ชัยกฤต ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับนายอัตทิเดช ถือว่ามีความผิดปกติ เพราะทราบว่า เจ้าตัวนำรถที่ยังไม่ได้แก้ไขเครื่องยนต์ใดๆ ไปตรวจซ้ำที่สำนักงานขนส่ง จ.ชลบุรี แล้วได้ค่ามลพิษแค่ 34 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ตรวจที่ด่านได้ 95 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าต่างกันมากเกินไป

ประเด็นนี้ ทางกรมควบคุมมลพิษ น่าจะต้องประสานไปยังสำนักงานขนส่ง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุว่า ที่ต่างกันมากขนาดนี้เป็นเพราะสาเหตุใด ซึ่งหากเจ้าของรถยังมีข้อสงสัยใดๆ

สามารถติดต่อไปที่กรมควบคุมมลพิษได้โดยตรง ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมฯ จะระบุเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ไว้ในใบคำสั่งห้ามใช้รถอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

 

ที่มา: http://morning-news.bectero.com