ปีใหม่นี้ บชน.”รีเซ็ต”ใบสั่ง ค่าปรับลดเหลือ100บาท…

     นครบาลมอบของขวัญปีใหม่ รีเซ็ตใบสั่ง ลดค่าปรับ ในอัตราต่ำสุด 100 บาท มท.ประสาน ทุกจังหวัด จัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งสยาม” สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีพุทธ คืนส่งท้ายปี คสช.งัดมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” คุมเข้มเส้นทางสายหลักและสายรอง รวมจัดกำลังทั้งดูแลความปลอดภัย สถานที่จัดงานตามจังหวัดต่างๆ ขอความร่วมมืองดจุดพลุหรือดอกไม้ไฟ โคราชเตรียมปิดจุดกลับรถ พร้อมเปิดช่องทางพิเศษหากการจราจรชะลอตัว ขอนแก่นตั้งกล้องจับความเร็ว โฆษกกระทรวงกลาโหมเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “ส่งใจรักให้ทหาร” พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี แจงกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

วันที่ 26 ธ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. เปิดเผยหลังการประชุมสำนักงานเลขาธิการคสช.ว่า พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร รองผบ.ทบ. ในฐานะรองเลขาธิการคสช. เป็นประธานการประชุม โดยให้เตรียมความพร้อมดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินการในหลายลักษณะ โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ได้ตั้งจุดอำนวยความสะดวกร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร ในเส้นทางสายหลักและสายรอง ตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” วันที่ 29 ธ.ค.59 – 4 ม.ค.60 การสนับสนุน การจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในจังหวัดต่างๆ ทั้งกิจกรรมเคานต์ดาวน์ กิจกรรมสวดมนต์ กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณกุศล

รองโฆษกคสช.กล่าวว่า ทั้งนี้ รองเลขาธิ การคสช.กำชับให้เข้มงวดในมาตรการดูแลความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประชาชนมาร่วมกิจกรรมและเฉลิมฉลองจำนวนมาก โดยให้ประสานกับผู้จัดงานถึงความพร้อมดูแลประชาชน การกำหนดเส้นทางเข้า-ออกงานให้มีความเหมาะสมกับจำนวนผู้มาร่วมกิจกรรม การติดตั้งกล้องวงจรปิด ขอความร่วมมืองดจุดพลุหรือดอกไม้ไฟ เป็นต้น

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการ เตรียมความพร้อมตามจังหวัดต่างๆ ในช่วงใกล้ถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยที่จ.นครราชสีมา ระดมตำรวจ อปพร. และ เจ้าหน้าที่กู้ภัย กว่า 5,000 นาย คอยอำนวยจราจร ตั้งจุดตรวจและจุดบริการอย่างน้อยโรงพักละ 1 แห่ง หรือมากกว่านั้น พร้อมปิดจุดกลับรถที่เป็นจุดเสี่ยงกว่า 40 จุด บนถนนมิตรภาพ และสายบายพาสเลี่ยงตัวเมืองเพื่อป้องกันอุบติเหตุ ขณะที่ร.ต.อ.พรชัย แสงศิลา รอง สว.ทล.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้ตั้งกล้องตรวจจับความเร็วรถที่วิ่งผ่านเข้า-ออก เขตตัวเมืองขอนแก่นทุกคัน ต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 80 ก.ม.ต่อช.ม. ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน  ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า เรื่องการระวังป้องกันเหตุในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ขอให้ทุกส่วนราชการอยู่บนความไม่ประมาท ให้ความสำคัญกับงานการข่าวและกำหนดมาตรการป้องกัน ดูแลรักษาความปลอดภัยสถานที่ตั้ง รวมทั้งพื้นที่สำคัญในความรับผิดชอบของหน่วย เช่น สถานที่จัดงานเทศกาลปีใหม่ สนามบิน สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานที่ราชการสำคัญ และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันก็ต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคนร่วมกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังเมื่อพบสิ่งผิดสังเกต หรือข่าวสารที่กระทบต่อส่วนรวม พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยทหารที่ตั้งอยู่ใกล้กับถนนสายหลักและสายรอง จัดจุดตรวจ จุดบริการประชาชน จุดพักรถ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนตลอดเทศกาลปีใหม่

พล.ต.คงชีพกล่าวต่อว่า อยากขอเชิญชวนประชาชนร่วมส่งใจรักให้ทหารตามแนวชายแดนและกองกำลังชั้นใน รวมถึงในพื้นที่น่านน้ำของไทย ตามโครงการ “ส่งใจรักให้ทหาร” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อความทุ่มเทเสียสละ ผ่านสื่อกลางต่างๆ อาทิ ส.ค.ส.ปีใหม่ จดหมาย ของขวัญหรือส่งข้อความ รวมทั้งคลิปวิดีโอยาวไม่เกิน 1-2 นาที และติดแฮชแท็ก “ส่งใจรักให้ทหาร” บนโซเชี่ยลมีเดีย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้ประสานแจ้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดและผู้นำทุกศาสนาในพื้นที่เตรียมจัดกิจกรรม “แสงเทียนแห่งสยาม” สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีพุทธ เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต รวมทั้งอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และอุทิศถวายรัชกาลที่ 9 ทั้งในคืนส่งท้ายปีเก่าและเช้าวันปีใหม่ โดยขณะนี้มีวัดประมาณ 25,000 วัด และสถานที่อื่นๆ มากกว่า 200 แห่ง เตรียมพร้อมจัดกิจกรรม  “รมว.มหาดไทยยังขอให้ทุกจังหวัด จัดจุดพักรถสำหรับผู้ที่อ่อนเพลีย ง่วงนอน ได้พักผ่อนเพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญศูนย์ดำรงธรรม 1567 ทุกศูนย์ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ให้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง” นายสุทธิพงษ์กล่าว วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม สน.ลาดพร้าว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางมามอบนโยบายให้ผกก.สน.ในพื้นที่บก.น. 4 จำนวน 8 สถานี ในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามและระดมกวาดล้างในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก่อนเผยว่า วันนี้มามอบนโยบายเรื่องโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชนที่ต้องการฝากบ้าน รวมถึงฝากนโยบายเกี่ยวกับการระดมกวาดล้างยาเสพติด และหมายจับค้างเก่าด้วย

ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รรท.รอง ผบช.น.ดูแลงานจราจร พล.ต.ต.จิรพัฒน์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. เรียกประชุมรอง ผบก.น.1-9 รอง ผบก.จร. เพื่อกำชับมาตรการปฏิบัติตามแผนการอำนวยความปลอดภัยทางถนนและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยกำชับการปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 22/2558 และ 46/2558 กำชับตำรวจจราจรทุกสน.และบก.จร. ให้ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ทุกคืนตามแผนที่กำหนด และเน้นการจับกุม 10 ข้อหาหลักตามที่บช.น.กำหนด ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง งดการเดินรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป ในวันที่ 30 ธ.ค.2559 และ 3 ม.ค.2560 และจัดฝึกอบรมผู้ขับขี่รถโดยสารประจำทางเสริมสร้างวินัยจราจรป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งจัดสถานที่ให้บริการ “ตรวจรถก่อนใช้ปลอดภัยตลอดเส้นทางปีใหม่ 2560” ให้บริการตรวจสภาพรถแก่พี่น้องประชาชนให้มีความพร้อมก่อนออกเดินทาง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาพล.ต.ท.ศานิตย์ สั่งการถึง ผบก.น.1-9 เนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยบช.น.มีของขวัญด้านจราจรมอบให้กับประชาชน 4 โครงการ คือ 1.โครงการตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง 14 จุด บก.น.1-9 และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) 2.โครงการ ทำดีมีข้าวให้ แจกให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจร เช่น สวมหมวก กันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ เมาไม่ขับ เป็นต้น เป็นข้าวที่ซื้อจากชาวนาโดยตรงเพื่อสนับสนุนโครงการ ตำรวจนครบาลช่วยขายเพิ่มรายได้ชาวนาไทย ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้จัดหาข้าวให้ 88 สน. สน.ละ 100 กิโลกรัม เพื่อให้แม่บ้านช่วยกันบรรจุถุง ถุงละ 300 กรัม เพื่อแจกจ่ายต่อไป

3.โครงการปีใหม่ รีเซ็ตใบสั่ง เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ถูกออกใบสั่งและยึด ใบขับขี่มาเสียค่าปรับในอัตราต่ำสุดที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท และ 4.โครงการ Police i lert U เป็นการนำแอพพลิเคชั่นมาปรับใช้สนับสนุนงานจราจร เช่น เกิดอุบัติเหตุ รถชน รถเสีย การจราจรติดขัด ฯลฯ สามารถแจ้งเหตุ ระบุตำแหน่งที่เกิดเหตุ เพื่อความสะดวกและให้บริการประชาชนได้รวดเร็วทันเหตุการณ์

ด้านพล.ต.ต.จิรพัฒน์กล่าวว่า สำหรับข้อสั่งการจากพล.ต.ท.ศานิตย์ ในเรื่องโครงการปีใหม่ รีเซ็ตใบสั่งนั้น เป็นโครงการที่ผบช.น.ดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เปลี่ยนจากเดิมคือโครงการล้างใบสั่งที่ให้มีการเปรียบเทียบปรับทุกข้อหา 100 บาท แต่สังคมมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงปรับเปลี่ยนให้มีการเปรียบเทียบปรับขั้นต่ำ 100 บาท ประชาชนที่โดนใบสั่งและยึดใบขับขี่ไปในปี 2559 สามารถมาขอร่วมโครงการได้เพื่อจะได้มีใบขับขี่ไว้ใช้หากเดินทางไปต่างจังหวัด โดยข้อหาที่สามารถปรับขั้นต่ำได้ในราคา 100 บาท ประกอบด้วยข้อหาอุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ ไม่พกใบขับขี่ ไม่สวมหมวกกัน น็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ซึ่งเป็นความผิดเล็กน้อย แต่มีผู้ทำผิดมากที่สุด หากฝ่าฝืนกระทำความผิด เช่น ข้อหาขับรถโดยประมาท จอดรถกีดขวางการจราจร โดยเป็นกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกวดขันบังคับใช้แก้ไขเปรียบเทียบปรับขั้นต่ำ 400-1,000 บาท จะต้องเสียค่าปรับตามจำนวนที่กำหนด ไม่สามารถขอเข้าร่วมโครงการได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถไปขอร่วมโครงการปีใหม่ รีเซ็ตใบสั่ง ได้ทั้ง 88 สน. ใกล้บ้าน และบก.จร. ซึ่งจะเริ่มโครงการตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงวันที่ 4 ม.ค.2560  ที่ห้องดำรงราชานุภาพ ภายในพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติพระนคร (พช.พระนคร) พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงข่าวงานกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ พุทธศักราช 2560

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า ในวันที่ 31 ธ.ค. ในเวลา 21.00 น. จะจัดกิจรรมบริเวณวัด สนามหลวง และสถานที่ต่างๆ จะมีการถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที จากนั้นในเวลา 23.45 น. จะมีการสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่าเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นสิริมงคลต่อประชาชนและผู้ร่วมกิจกรรม ต่อมาในเวลา 24.00 น. จะลั่นฆ้องชัยทั้งหมด 9 ครั้ง และร่วมร้องเพลงพรปีใหม่และเพลงสรรเสริญพระบารมี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 10 ต่อมาเวลา 00.09 น. ในวันที่ 1 ม.ค. จะมีการจุดเทียนแห่งสยามและสวดมนต์ต้อนรับปีใหม่ บทชัยมงคลคาถา (พาหุง) และเวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อต้อนรับปีพุทธศักราช 2560 โดยในส่วนการรักษาความปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมพร้อมโดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนจำนวน 160,000 นาย ทั่วกรุงเทพฯ

ทางด้านนายวีระกล่าวว่า สำหรับการจัดงานในปีนี้นอกจากที่บริเวณสนามหลวงแล้ว ยังมีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี บริเวณศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 29-30 ธ.ค. และงานแสงเทียนแห่งสยาม ในวันที่ 31 ธ.ค. บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และการจัดทำสปอตวิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ และคู่มือบทสวดมนต์ข้ามปีอีกด้วย โดยจำนวนวัดและสถานที่จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศรวม 24,584 แห่ง และนอกจากนี้ ยังมีการจัดสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน 15 จังหวัด และสวดมนต์ข้ามปีในวัดไทยในต่างประเทศ 504 วัด และพิธีสวดมนต์ข้ามปีตามหลักของศาสนาคริสต์, พราหมณ์-ฮินดู ซิกข์

นายวีระกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล โดย เป็นวัดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. – 2 ม.ค. โดยจัดรถโดยสารปรับอากาศ ขสมก. ให้บริการรับ-ส่ง และกิจกรรมกราบบูชาพระพุทธปฏิมาในพระมหากรุณาพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า วันที่ 26 ธ.ค.2559 – 31 ม.ค.2560 บริเวณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ที่กรมศิลปากรจะนำพระพุทธรูปสำคัญแสดงปางต่างๆ จำนวน 10 องค์ ที่ประชาชนไม่ค่อยได้มีโอกาสสักการบูชา นำออกให้กราบบูชาเพื่อความเป็นมงคล ฯลฯ

ทางด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สำหรับงานที่จัดบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 19.00 น. ททท.จะมีการแจกโคมจำนวน 100,000 โคม โดยกระจายจุดแจกทั้งหมด 8 จุด ทั่วบริเวณสนามหลวง นอกจากนี้ยังมีการจัดงานแสงเทียนฯ ตั้งแต่บริเวณแยกปทุมวัน ถ.พระราม 1 จนถึงแยกพร้อมพงษ์โดยจัดกิจกรรมไปพร้อมกันที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ส่วนนางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในวันที่ 31 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ทางกทม.จะเชิญพระพุทธนวราชบพิตร มาประดิษฐ์สถานบริเวณลานคนเมือง นอกจากนี้ ทางกทม. ได้จัดพื้นที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงทางทิศใต้ เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี กิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ เป็นต้น และในวันที่ 31 ธ.ค. – จนถึงเที่ยงคืนวันที่ 1 ม.ค. 2560 นั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกประชาชนจะมีการจัดบริการระบบโดยสารสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส เรือโดยสารคลองภาษีเจริญ และรถด่วนพิเศษบีอาร์ที โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

////////////////////////////////////////////////

ขอขอบคุณที่มา :https://www.khaosod.co.th