แจกชองขวัญปีใหม่! ทส. เดินหน้า จัดที่ดินทำกินให้ประชาชนผู้ยากไร้ ปี 61 อีกกว่า 1 แสนไร่ หลังจากจัดให้ประชาชนไปแล้วกว่า 2.5 แสนไร่

ตามที่ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกรและผู้ยากไร้  รวมทั้งส่งเสริมความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างโอกาสเข้าถึงบริการของภาครัฐ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็จะต้องรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรฯ ควบคู่ไปกับการสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของราษฎร และความยากจนของประชาชนคนไทยซึ่งเกิดขึ้นมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

 

พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส.กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว  รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๘ ให้มีโครงการการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ในลักษณะแปลงรวม โดยมิได้ให้กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่อนุญาตให้เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐได้ เช่น ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ สทก. และ นสล. เป็นต้น ทั้งนี้ ในการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกินจะมีเงื่อนไขที่ คทช. กำหนดในรูปแบบสหกรณ์หรืออื่นๆที่เหมาะสม

ตลอดระยะเวลากว่า ๒ ปีที่ผ่านมา รัฐบาล โดยการนำของ พลเอกประยุทธ์ฯ นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการอนุญาตให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์และอยู่อาศัยแล้ว จำนวน ๗๙ พื้นที่ ๔๓ จังหวัด รวมพื้นที่ ๒๔๖,๑๗๐ ไร่  คิดเป็น ๓๔,๐๕๗ แปลง ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า ๒๖,๒๓๕ ราย  โดยผ่านการทำงานในเชิงบูรณาการของหลายหน่วยงาน ที่มีนายกรัฐมนตรีฯเป็นประธาน  และประกอบด้วยคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ  กล่าวคือ คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน (โดย ทส.) คณะอนุกรรมการจัดที่ดิน (โดย มท.) คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ (โดย กษ.) และคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช. จังหวัด)

 

 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งรัดการจัดที่ดินทำกินและมีการมอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงรวมผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดมาโดยตลอด และครั้งล่าสุด ในการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดพิษณุโลก    เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี ก็ได้เป็นประธานสักขีพยานในการส่งมอบหนังสืออนุญาตที่ดินคทช.โดย พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้มอบหนังสืออนุญาตให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด ๑๔ จังหวัดภาคเหนือ รวมในการมอบพื้นที่ทำกินครั้งนี้รวม   ๙๒,๑๗๕ ไร่ ๑๑,๐๖๐ แปลง ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า  ๘,๘๓๓ ราย

โฆษก ทส. กล่าวว่า จากการที่ผู้ตรวจราชการ ทส.ได้ไปติดตามผลการดำเนินงานโครงการคทช.  ในหลายๆแห่ง ได้รับเสียงสะท้อนจากชุมชน เช่น กลุ่มราษฎรบ้านแม่ทา จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้ง จ.อุทัยธานี จ.นครสวรรค์  ว่า คทช.เป็นโครงการและนโยบายที่ดีและมีประโยชน์อย่างมากต่อราษฎรผู้ยากไร้ เพราะเป็นการช่วยเหลือราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินให้ได้รับการจัดสรร แม้จะเป็นแปลงรวมแต่ทำให้ราษฎรเกิดความมั่นคงและมั่นใจ ในการลงทุนและทำประโยชน์ในที่ดิน โดยกลุ่มราษฎรบ้านแม่ทากล่าวว่า รัฐบาลได้รับรองสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ถูกต้องตามกฏหมายแม้ว่าที่ดินดังกล่าวจะเป็นของรัฐก็ตาม แต่ชุมชนมีความพอใจและมั่นใจในการประกอบอาชีพมากขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าเพื่อยึดครองที่ดินได้เป็นอย่างดี

 


อนึ่ง รัฐบาล โดยทส.ยังเร่งรัดสานต่อและเดินหน้านโยบาย คทช. เพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ได้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง โดยในปี ๒๕๖๑ มีเป้าหมายดำเนินการ ๑๒๘ พื้นที่ ๔๘ จังหวัด จำนวนพื้นที่กว่า ๓๓๕,๐๐๐ ไร่

ทั้งนี้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส. ได้เร่งรัดให้กรมป่าไม้  รีบดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการจัด คทช. และเมื่อกระบวนการจัดที่ดินเสร็จแล้ว ทางกระทรวงมหาดไทย จะได้ดำเนินการจัดผู้ยากไร้ลงพื้นที่ พร้อมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้เข้าไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพ  เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชน ซึ่งได้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างดีไปแล้ว เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ อุทัยธานี โฆษก ทส.(นายประลอง ดำรงค์ไทย) กล่าวในตอนท้าย

 

 

 

//////////////////////////////////////////////////////////

 

ขอขอบคุณที่มา : www.tnews.co.th